Salapaocream's profileSalapao Cream ('', )~PhotosBlogListsMore Tools Help

Salapaocream Warmming

Occupation
Lists

Salapao Cream ('', )~

May 23

อดีตตอนเอ๊าะๆ

http://e-learning.tu.ac.th/tu153/tu153main.htm

เปิดด้วย internet explorer เข้าหัวข้อ e-learning จะมีดู clip การสอน(เกือบ)ทั้งหมดทุกคาบ

นั่งดูไปก็แอบเขิน  เหอะๆ

ปล. รู้สึกยิ่งสอนยิ่งกวนแฮะ เรา :P

July 03

อีกขวบปี

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก...
 
ไวจริงๆ....
 
 
:P - ว้า . . .แก่ซะแหล่ะ . . 
June 15

รูปพลุงานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปีในหลวง

ตามคำเรียกร้อง โพสขึ้น myspace แล้วน้อ
ขอให้มีความสุขกับเทอมใหม่นะครับ
            (^-^)
April 09

เมษายน

หลังจากผ่านพ้นเดือนแห่งความหวานไปได้ไม่เท่าไหร่
มรสุมสงครามแห่งการสอบก็เริ่มต้นขึ้น
และจบลงอย่างรวดเร็ว
 
และทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความว่างเปล่าอีกครั้ง
ถนนในธรรมศาสตร์เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด
ร้านค้าขายเข้าในโรงอาหารเงียบเหงาและผู้คนบางตา
ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะสงบเงียบเหมือนที่เคยเป็นมาทุกปี
 
ตอนนี้ผมนั่งลงอย่างเงียบๆ
หลังจากส่งคะแนนสอบและผลการตัดเกรดชุดสุดท้ายไปแล้ว
ก็แทบจะเรียกได้ว่าจบในหน้าที่อาจารย์
ของเทอมนี้อย่างสมบูรณ์
 
แอบเหงาเล็กๆ
ที่จะไม่ได้มาอยู่ทำหน้าที่นี้ต่อในเทอมหน้า
 
 
ชีวิตแต่ละคนมีทางเดินไม่เหมือนกัน
บางครั้งก็มีเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปบ้าง
มีลำบาก มีสนุก มีเหงาและเศร้าปนเปกันไป
 
ก่อนนี้ผมเคยเหยียบคันเร่งของรถชีวิตมุ่งตรงไปยังเป้าหมาย
แต่มาวันหนึ่งผมก็ได้แตะเบรคและแวะเลี้ยวเข้า
ซอยเล็กๆซอยหนึ่ง
ได้พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา
ได้เจอปัญหาแปลกๆมากมาย
ทั้งทำให้เครียดบ้างในบางวัน
ทำให้ป่วยบ่อยๆในช่วงที่ร่างกายอ่อนแรง
 
 
แต่ในหลายๆครั้ง
ก็มีเรื่องเฮฮาให้อมยิ้มได้ไม่น้อย
และในส่วนลึกๆ
มันก็ทำให้ผมภูมิใจเล็กๆได้ว่า
อย่างน้อยผมก็ได้มีโอกาสพัฒนาคนรุ่นต่อจากผมบ้าง
ไม่มากก็น้อยล่ะ
 
 
พรุ่งนี้หนทางเดินไปข้างหน้าของผม
จะเลี้ยวกลับเข้าสู่ถนนหลวงอีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับซอยเล็กๆแห่งนี้ที่ทำให้ได้อะไรดีๆมากมาย
หวังว่าเราจะได้พบเจอกันอีกบ้าง ณ ถนนนอกซอยนั้น
 
และเมื่อถึงตอนนั้น
ผมก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เคยในฐานะเดิมอีกต่อไป
เจอก็ทักทายกันได้นะครับ
(แม้ผมจะจำคนในซอยได้น้อยเหลือเกินก็อย่าถือสากันเลย)
 
 
สวัสดีครับ :)
February 24

เวลาไม่เคยหมุนย้อนกลับ

ช่วงเวลานี้
เป็นช่วงของคนที่กำลังจะสอบหลายๆคน
 
เป็นช่วงที่หลายคนกำลังมุ่งมั่นอ่านหนังสือ
บางคนก็เหนื่อยล้า
และท้อถอย
 
หลายคนตั้งเป้าที่วาดไว้ให้สูง
แล้วค่อยๆพยายามปีนป่ายตะกายขึ้นไปให้ถึง
แม้จะโอกาสสำเร็จจะยาก
แต่มันก็มีคุณค่าทางจิตใจ
 
.
.
.
 
หลายปีก่อน
ผมก็เคยอยู่ในสถานการณ์ที่กล่าวมา
 
เคยถึงขั้นเลวร้ายขนาดเรียนไม่รู้เรื่องเลยตลอดเทอม
กำลังคิดท้ออย่างหมดหวัง
ก่อนจะตัดสินใจเดินไปเข้าไปหาเพื่อนสนิทคนหนึ่ง
ที่ไม่ค่อยพูดอะไรมากมาย
เพื่อที่จะขอร้องมันให้ช่วยติวอะไรก็ได้ให้หน่อย ก่อนที่จะตาย
 
มันยิ้มแหะๆ
ไม่พูดอะไรมากมาย
 
ก่อนจะลากผมไปห้องสมุดประจำคณะ
แล้วหยิบหนังสือบนชั้นมาให้ผมสองสามเล่ม
พร้อมพูดง่ายๆว่า
 
"ในทั้งชั้นเนี่ย สองเล่มนี้อ่านง่ายและตัวอย่างดีสุดแล้ว
เฉพาะในเนื้อหาที่อาจารย์สอนในห้องนะ"
 
ผมรับมาทั้งสามเล่มแล้วก็กลับไปอ่านอย่างเอาเป็นเอาตาย
เพราะไม่อยากและไม่ยอมจะไปตายมือเปล่าในห้องสอบ
แล้วโดนเพื่อนอีกนับหลายร้อยชีวิตเหยียบจมธรณีด้วยหัวที่ว่างเปล่า
เพราะขึ้นชื่อว่าวิชานี้ตัดโหดที่สุดในชั้นปี
การช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้เกิดความคิดที่เปลี่ยนไปมากมาย
 
จากคนที่วันๆเอาแต่เล่นไปเรื่อยๆ ทิ้งขว้างเวลาไปเรื่อย
พอถึงเวลาจวนตัวก็ขวนขวายหาทางรอดแบบขอไปที
ซึ่งผลลัพธ์ก็ไม่ค่อยจะดีนัก
 
กลายเป็นหันมาเริ่มคิดให้มากขึ้น
เริ่มรู้จักวางแผนและใช้เวลาที่มีให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
จากเดิมที่วันๆไม่ได้ใส่ใจกับอะไรมากมาย
ก็หันไปทำกิจกรรม ไปอ่านหนังสือ ไปข้าชุมนุมชมนม เอ๊ย ชมรม
จนกระโดดไปเป็นหนึ่งแรงที่หวังจะช่วยผลักดันให้กิจกรรม
สร้างสรรค์อะไรให้คณะและสถาบันที่เราอยู่
 
ได้เรียนรู้สังคมและการทำงานร่วมกับคนมากมาย
ที่การเรียนจากตำราให้ไม่ได้
บทเรียนราคาแพงหลายอันก็ทำให้เรารู้และโตขึ้นอย่างเท่าทัน
 
แต่ละปีที่ผ่านไป
ทั้งกิจกรรมและการเรียน
ความรับผิดชอบ
ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามเวลา
แม้ว่าเพื่อนก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่น่าจะเปลี่ยน
แต่เวลาก็เปลี่ยนมันได้
แต่เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนเหมือนเดิม
และก็ยังช่วยเหลือกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้
จนพูดได้เต็มปากว่าเป็นช่วงที่สนุกสนานมากมาย
มันทำให้ชีวิตที่แสนสั้นนี้ มีคุ้มค่ามากที่สุดเท่าที่เคยมี
 
แม้ว่าในหลายครั้งในวันเวลาเหล่านั้น
จะมีเวลาที่โหดร้ายต่อความรู้สึก
จากความรู้สึกที่ไม่สมหวัง
จากความคาดหวังมากมายที่มีอยู่เต็มหัวใจ
 
แต่...
 
บทเรียนเหล่านั้นก็กลับทำให้วันเหล่านั้นมีคุณค่า
อย่างน้อยก็ทำให้คนๆนี้รู้ว่าสิ่งดีๆที่มีให้กันคืออะไร
อะไรคือสิ่งที่ควรยึดเหนี่ยวที่สุด
ถ้าไม่ใช่ หัวใจของตัวเอง
 
การที่ได้เรียนรู้ที่จะรักและผิดหวังในวันก่อน
กลับทำให้คำว่ารักในวันนี้และวันพรุ่งนี้มีความหมายมากขึ้น
และมากที่สุดที่คนที่มีควรจะถนอมมันเอาไว้
 
ความเสียใจในวันก่อน
กลับจะทำให้รู้ว่าเวลาที่มีความสุขแม้น้อยนิดก็แสนจะมีค่า
 
ความเหงาในวันวาน
กลับจะทำให้รู้ว่าเวลาที่มีมือที่อบอุ่นอยู่ข้างๆก็ไม่ควรจะปล่อยไว้
 
ความผิดพลาดในวันก่อน
กลับจะทำให้รู้ว่าควรวางตัวอย่างไรเพื่อรักษาสัมพันธภาพที่ดีที่สุด
ที่ควรจะมีให้ต่อกันไว้
ไม่ใช่เพื่อหลอกลวงให้หลงใหลแล้วเปลี่ยนไปในภายหลัง
แต่เป็นการแสดงตัวตนที่เป็นจริงต่อกัน เพื่อให้รู้และยอมรับกันได้ที่เนื้อแท้จริงๆ
ไม่ใช่แค่ภาพฉาบฉวยที่เห็นจากพียงภายนอกและลวงตาต่อกัน
 
และเมื่อวันที่คุณเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ได้ดี
วันที่คุณคาดหวัง คนที่คุณรอ
ก็น่าจะเป็นคนที่คุณเชื่อใจในตัวเขามากที่สุดได้เองโดยไม่ต้องเสียเวลา
ไปกับอะไรที่ลวงสายตาคุณอีกครั้ง
 
เวลาไม่เคยเสียเปล่า
แต่เราจะเสียอะไรกับมันไปหรือเปล่า
ถ้าไม่มองหาในสิ่งที่มันคอยแอบส่งให้
และมองผ่านมันไป
 
 
 
 
ใครจะไปรู้ว่าวันพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้นล่ะ
อย่ามัวแต่ปล่อยให้เรื่องดีๆในวันวานหรือวันนี้ไร้ค่า
แต่คุณควรจะรักษาคุณค่าของวันนี้ให้มีค่าควรที่จะจดจำ
เมื่อเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้มาถึง...
 
Photo 1 of 57
No list items have been added yet.